ผู้ให้บริการแทงบอลออนไลน์ อันดับ 1 ของไทยให้บริการมานานกว่า 15 ปี

carlos ancelottis

หัวข้อบทความ

กลายเป็นสโมสรที่ร้อนแรงที่สุดใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตอนนี้เลยนะครับ สำหรับ เอฟเวอร์ตัน นำโดยกุนซือ คาร์โล อันเชล็อตติ ตอนนี้ทำสถิติชนะรวดทั้ง 4 นัด ก่อนจะพักเบรกทีมชาติไป ทัพ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ได้สร้างเรื่องราวที่น่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ ตลอด 4 เกมที่ผ่านมา โดยเฉพาะเกมรุกของพวกเขา

ตลอด 4 นัด ทีมของ “อันเช่” ซัดไปแล้ว 12 ลูก เฉลี่ยอยู่ที่ 3 ลูกต่อเกมเลย และดาวซัลโวในลีกตอนนี้ก็เป็นนักเตะหมายเลข 9 ของทีมอย่าง โดมินิก คาลเวิร์ต-เลวิน

Carlo Ancelotti

เอฟเวอร์ตัน เรียกเสียงฮือฮามาตั้งแต่ฤดูกาลยังไม่เปิด เนื่องจากพวกเขาไปคว้าเอา 3 มิดฟิลด์ที่ถือว่าเป็นแข้งน่าสนใจเข้าทีม อัลลัน จาก นาโปลี, อับดูลาย ดูกูเร่ จากวัตฟอร์ด และ ฮาเมส โรดริเกซ จาก เรอัล มาดริด

ซึ่งมันกลายเป็นว่าจากสถานการณ์ที่ดูดีมาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว มันทำให้ยิ่งออกมาดีขึ้นไปใหญ่ และผลงานบนสนามก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขามาในฤดูกาลนี้แบบไม่ธรรมดา

อะไรบ้างล่ะ? ที่เป็นสูตรของ อันเชล็อตติ ที่ทำให้ผลงานมันออกมาดีขนาดนี้ ถึงขนาดที่ว่ายิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ วันนี้จะพาไปดู 5 สิ่งที่ทำให้ เอฟเวอร์ตันยอดเยี่ยมได้อย่างที่เป็นอยู่

 

1.ความบาลานซ์ในแผงมิดฟิลด์

midfielder

อย่างที่ได้เกริ่นไปว่าการซื้อ อัลลัน และ ดูกูเร่ เข้ามาสู่ทีม มันทำให้ เอฟเวอร์ตัน นั้นมีสมดุลย์ทั้งเกมรับ และการเชื่อมเกมรุกที่ดีมากขึ้น

ฤดูกาลที่แล้ว ทีมเสีย อิดริสซ่า กาน่า เกย์ ไปให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แม้ว่าทีมจะไปดึงเอา ฟาเบียน เดลฟ์ กับ ฌอง ฟิลิปป์-จีบามิน เข้ามา ก็ยังไม่สามารถอุดรอยรั่วในเกมรับตรงกลางได้

นั่นทำให้คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ไม่ว่าจะเป็น ไมเคิ่ล คีน, เมสัน โฮลเกต หรือ เยรี่ มิน่า ต้องทำงานกันหนัก และเสียประตูเป็นกอบเป็นกำ จน มาร์โก ซิลวา กุนซือคนก่อนต้องถูกไล่ออกไป

พอ “พี่แจ้” เข้ามา แผงแดนกลางที่ดูจะด้อย ก็ต้องปรับให้เล่นเป็นมิดฟิลด์ 4 ตัว โดยที่ไม่มีตัวรับแบบชัดเจนเลย กิลฟี่ ซิกูร์ดสสัน และ อันเดร โกเมส ก็ไม่ได้เป็นตัวรับ เพิ่มเอา ทอม เดวิส เข้ามาอีกตัวก็ยังไม่เพียงพอ

มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ที่ไปคว้ามาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็หมดสภาพกองกลางตัวรับอย่างสิ้นเชิง แน่นอนว่าเรื่องนี้ ไม่พ้นสายตาของ อันเชล็อตติ ผู้ที่สมัยเป็นนักเตะนั้นเล่นเป็นมิดฟิลด์มาก่อน

3 มิดฟิลด์ในระบบ 4-3-3 ที่เป็นแผนประจำของ “อันเช่” กลับมาใช้งานในฤดูกาลนี้ อัลลัน เป็นตัวเก็บกวาดอยู่หน้ากองหลัง พร้อมกับเชื่อมบอลแดนหน้า ดูกูเร่ เป็นผึ้งงานคอยวิ่งไล่เข้าชนคู่แข่ง ทำให้ อันเดร โกเมส นั้นได้เล่นเกมรุกมากขึ้น

แม้ว่าทีมยังมีสถิติเสียประตูเยอะอยู่ แต่อย่างน้อย ทั้ง 3 ประสานแดนมิดฟิลด์ นั้นเริ่มจะเล่นกันเข้าที่เข้าทางมากขึ้น และกำลังอาศัยความเข้าใจเพื่อให้ทุกอย่างมันเนี้ยบกว่านี้

 

2.ฮาเมส ตัวสำคัญในเกมรุก

James Rodríguez

นี่คือนักเตะที่เป็นตัวแปร ปัจจัยสำคัญของทีม ณ ตอนนี้เลยก็ว่าได้ การที่ทีมนั้นสามารถดึงเอาแข้งวัย 29 ปี เข้ามาจาก เรอัล มาดริด มันทำให้เกมบุกของทีมมีชีวิตชีวาสุดๆ

แน่นอนว่าเขาและกุนซือชาวอิตาเลียน เคยร่วมงานกันมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสมัยที่เขาคุม “ราชันชุดขาว” รวมถึง บาเยิร์น มิวนิค

การเข้ามาของดาวเตะทีมชาติโคลอมเบีย ไม่ได้มาเป็นเพลย์เมคเกอร์หมายเลข 10 อะไรแบบนั้นนะครับ คือไม่ได้ยืนอยู่หลังกองหน้าเหมือน บรูโน่ แฟร์นันเดส กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นเอง

แต่เขาเป็นกองหน้าทางฝั่งขวาอีกหนึ่ง เล่นร่วมกับ คาลเวิร์ต-เลวัน และ ริชาร์ลิสัน โดยที่ไม่ได้เป็นตัวหลักในการทำแอสซิสต์ด้วย

หน้าที่ของเขาคือสร้างสรรค์เกมให้คนอื่น โดยเฉพาะแบ็กนั้นเติมขึ้นมา โดยเขามีหน้าที่เป็น พรี-แอสซิสต์ คล้ายๆ กับหน้าที่ของ ดาบิด ซิลบา สมัยเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ประมาณนั้น

แต่ก็ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ เพราะสุดท้ายแล้ว เจ้าตัวก็ยังทำแอสซิสต์ได้อยู่ดี เท่านั้นไม่พอ ยังมีประตูอีกต่างหาก ดูแล้วรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนคงหนีไม่พ้นเขาจริงๆ

จนป่านนี้ตัวผมเองก็ยังสงสัยว่า ทำไมไม่มีใครคิดจะซื้อ ฮาเมส แย่งกับทาง เอฟเวอร์ตัน เลย

 

3.อันเชล็อตติ ผู้ชุบชีวิต

Dominic Nathaniel

โดมินิก คาลเวิร์ต-เลวิน คือนักเตะที่ได้กลับมาเกิดอีกครั้งเลยก็ว่าได้ หลังจากที่ อันเชล็อตติ เข้ามา เขาได้กลับมาเป็นผู้เล่นตัวหลักอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ แข้งวัย 23 ปี โดนปรามาสว่าเป็นกองหน้าที่ไม่มีความคม นับตั้งแต่ขึ้นชุดใหญ่มาทั้งสิ้น 3 ซีซั่นครึ่ง เจ้าตัวยิงไปทั้งหมด 14 ประตู จาก 91 นัด ค่าเฉลี่ยถือว่าต่ำสุดๆ

นับตั้งแต่ ซิลวา ถูกไล่ออกไป ดันแคน เฟอร์กูสัน เข้ามา ตามมาด้วย อันเชล็อตติ กลับกลายเป็นว่าแข้งเลือดผู้ดีรายนี้ ยิงไปแล้ว 16 ลูกในลีก จากการลงสนาม 27 นัด ทุกอย่างมันกลับพัฒนาขึ้นมาแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว

แม้ว่าจะมีช่วงที่เขานั้นปืนฝืด นั่นคือช่วงที่กลับมาเตะหลังจากล็อกดาวน์กันไป 11 เกมที่เขาลงสนาม ยิงประตูไม่ได้เลย แต่ทาง อันเชล็อตต ก็ยังเชื่อมั่นในเขาต่อ และยังได้รับโอกาสให้ลงเป็นหน้าเป้าในซีซั่นนี้

ประกอบกับการได้ ฮาเมส เข้ามาเติมเกมรุก มี ริชาร์ลิสัน คอยช่วยประสานงาน และสร้างความปั่นป่วนทางปีก มันทำให้เขาเฉิดฉายเป็นอย่างมาก กับช่วงออกสตาร์ทซีซั่น

 

4.ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของฟูลแบ็ก

 Lucas Digne

นอกจากมิดฟิลด์ ที่ทำงานกันได้อย่างสุดยอด รวมถึงกองหน้าที่ประสานกันได้อย่างยอดเยี่ยม อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นคือการเติมเกมบุกของฟูลแบ็กทั้งสองฝั่ง

ลูก้าส์ ดีญ นั้นกลับมาคืนฟอร์มอีกครั้ง โดยเฉพาะลูกเปิดของเขา นั้นทำให้มิติเกมบุกของทีมเพิ่มมากขึ้น ฮาเมส และคนอื่่นๆ ช่วยกันเล่นบอลภาคพื้นดิน ฟูลแบ็กครอสบอลจากด้านข้าง

และแน่นอนว่ากองหน้าอย่าง คาลเวิร์ต-เลวัน รวมถึง ริชาร์ลิสัน นั้นไม่ได้มีทีเด็ดในการทำประตูด้วยเท้าอย่างเดียว ลูกลางอากาศก็ยอดเยี่ยมด้วยเช่นกัน ในซีซั่นที่แล้ว ทั้งสองคนก็ทำประตูจากลูกโหม่งได้

อีกฝั่งหนึ่ง เชมุส โคลแมน แบ็กจอมเก๋าที่ได้รับหน้าที่กลับมาเป็นตัวหลักอีกครั้ง หลังจากที่ปล่อยคืน ฌิบริล ซิดิเบ้ ไปให้กับ โมนาโก โดยไม่เลือกใช้ออพชั่นซื้อขาด

แน่นอนว่าเกมรุก อาจจะไม่ได้เด่นเหมือนสมัยก่อน เพราะปัจจุบันแช้งชาวไอร์แลนด์ ก็อายุ 31 ปีเข้าไปแล้ว แต่เรื่องเกมรับนี่ไว้ใจได้เลย

ในเกมที่ทีมเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1 เขาจัดการ วิลฟรีด ซาฮา ซะอยู่หมัด ทำให้แข้งเบอร์หนึ่งของคู่แข่งนั้นเงียบทั้งเกม เท่านั้นไม่พอ ยังเป็นคนทำแอสซิสต์ให้กับทีมในประตูขึ้นนำ 1-0 อีกด้วย

 

5.ขุมกำลังแนวลึกที่แข็งแกร่งขึ้น

Niels Nkounkou

อันเชล็อตติ นำนักเตะเข้ามาใหม่ 4 คนได้แก่ นีลส์ เอ็นคุนคู, อัลลัน, ฮาเมส และ ดูกูเร่ นั่นทำให้แผงมิดฟิลด์ของทีมนั้นมีขุมกำลังแนวลึกที่ดีมากขึ้น

กิลฟี่ ซิกูร์ดสสัน, ฟาเบียน เดลฟ์, ทอม เดวิส, แบร์นาร์ด, อเล็กซ์ อิโวบี้ นักเตะเหล่านี้คือตัวจริงเมื่อซีซั่นที่แล้ว ปัจจุบันกลายเป็นขุมกำลังสำรอง ซึ่งมันทำให้ขนาดทีมใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน

ในฤดูกาลนี้ “ทอฟฟี่” มีเกม คาราบาว คัพ ตั้งแต่รอบ 2 ซึ่งเท่ากับว่าพวกเขาเตะในซีซํ่นนี้ไปแล้วทั้งสิ้น 7 นัดเลยทีเดียว แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ขนาดทีมใหญ่ขึ้น นั่นหมายความว่าพวกเขาจะใช้การโรเตชั่นได้อย่างมีประโยชน์มากขึ้นเช่นกัน

แน่นอนว่าเป้าหมายของทีมในซีซั่นนี้ มันคงจะไม่ได้มองไปถึงแชมป์ลีก แต่ในเกมการแข่งขันฟุตบอลถ้วย ไม่ว่าจะเป็น ลีก คัพ หรือ เอฟเอ คัพ มันก็มีลุ้นได้ ถ้าพวกเขาอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ดีแบบนี้

การทำให้ขุมกำลังสำรองนั้นแข็งแกร่งขึ้น และใหญ่กว่าเดิม มันก็เป็นการเพิ่มความสดของผู้เล่นคนสำคัญต่างๆ ให้ยืนระยะไปได้ยาวจนถึงช่วงเวลาสำคัญๆ

และด้วยเหตุนั้นเองมันจึงทำให้ เอฟเวอร์ตัน เก็บชัยชนะรวด 7 เกมในทุกรายการ นับตั้งแต่เปิดซีซั่น 2020-21 ซึ่งมันเป็นหนที่สองเท่านั้นที่พวกเขาทำได้ ย้อนไปเมื่อ 126 ปีก่อน ฤดูกาล 1894-95 นั่นคือหนแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

และก่อนหน้านี้ทีมเคยชนะ 6 เกมติดต่อกันครั้งล่าสุดคือฤดูกาล 1938-39 ซึ่งในซีซั่นนั้น พวกเขาเป็นแชมป์ลีกสูงสุดอีกด้วย!!