ย้อนรอย 9 ยอดนักเตะ สู่เส้นทาง กุนซือ

coach

เฮนริค ลาร์สสัน

Henrik Edward Larsson

อดีตดาวยิงชาวสวีเดนมีประสบการณ์ในงานโค้ชกับทีมที่บ้านเกิดพอสมควร เคยไปร่วมงานกับ เซลติก และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงสั้นๆ วินาทีที่เขาเกือบจะกลายเป็นกุนซือทีม เซาธ์เอนด์ ยูไนเต็ด แต่เพียงเฮือกสุดท้ายที่กำลังจะเซ็นสัญญา ทอมมี่ จอห์นสัน ผู้ช่วยที่หมายตาเอาไว้บอกว่าได้รับโอกาสจากที่อื่นทำให้การเจรจาจบลง

ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดว่าจะเดินต่อไปในทางไหน อยู่ๆ ก็ได้รับข้อเสนอจาก โรนัลด์ คูมัน เมื่อช่วงกลางปี 2020 ที่ผ่านมาให้มาเป็นผู้ช่วยโค้ชของ บาร์เซโลน่า แน่นอนว่าเขาไม่พลาดที่จะรับโอกาสนั้นไว้แม้สภาพทีมดูไม่ดีทำให้งานของเขาไม่น่าประทับใจเท่าที่ควร แต่หากยังเก็บประสบการณ์เช่นนี้ไปเรื่อยๆ ก็เป็นไปได้ว่าสักวัน ในฐานะที่เคยเป็นดาวยิงของที่นี่เขาอาจกลายเป็นกุนซือมือหนึ่งก็ได้

 

จอห์น โอเช

John Francis O'Shea

อดีตกองหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ย้ายไปค้าแข้งกับ เรดดิ้ง ในช่วงบั้นปลายก่อนตัดสินใจแขวนสตั๊ดและกลายเป็นผู้ช่วยทีมโค้ชภายใต้การคุมทัพของกุนซือ โชเซ่ โกเมส และแม้ผู้จัดการทีมโดนไล่ออกเปลี่ยนมือไปสู่ เวลโก้ เปาโนวิช โอเช ก็ยังรักษาตำแหน่งผู้ช่วยของตัวเองไว้อย่างเหนียวแน่น

เนื่องจากอายุยังน้อยมีเวลาอีกมากที่จะเก็บประสบการณ์ โดยเฉพาะในฤดูกาลนี้ เมื่อ เรดดิ้ง ก้าวขึ้นมารั้งตำแหน่งจ่าฝูงลงเล่นไปแล้ว 11 นัด มี 22 คะแนน ชนะ 7 เสมอ 1 แพ้ 3 เป็นทีมที่จะได้ลุ้นเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาสู่ พรีเมียร์ลีก ซึ่งหากทำได้สำเร็จในอนาคตก็เป็นไปได้ว่าเราอาจจะได้เห็นเขาเป็นผู้จัดการทีมในลีกสูงสุดและสามารถใช้ประสบการณ์ 5 แชมป์ พรีเมียร์ลีก กับอีก 1 แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างคุ้มค่า

 

รุด ฟาน นิสเตลรอย

Ruud van Nistelrooy

นับตั้งแต่แขวนสตั๊ด ฟาน นิสเตลรอย ใช้ช่วงเวลาของเขาอย่างคุ้มค่า เขาลงเล่นให้กับ มาลาก้า เป็นทีมสุดท้ายก่อนกลับไปรับตำแหน่งผู้ช่วยกุนซือทีมชาติฮอลแลนด์ควบกับตำแหน่งกุนซือทีมเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปีของ พีเอสวี ที่ฮอลแลนด์เขาเป็นมือขวาของทั้ง กุส ฮิดดิ้งค์, แดนนี่ บลินด์ รวมถึง โรนัลด์ คูมัน

ที่ พีเอสวี เขาเข้าไปรับตำแหน่งกุนซือเยาวชนเมื่อ มาร์ค ฟาน บอมเมล เลื่อนขึ้นไปจับงานกับทีมชุดใหญ่ ว่ากันว่าเขาใช้ประสบการณ์ถ่ายทอดทักษะดาวยิงให้กับเยาวชน และเป็นที่เคารพนับถืออย่างยิ่ง ปัจจุบันเขายังวนเวียนให้กับการทำงานในทีมชาติ และหากมีสักวันที่ตำแหน่งกุนซือ พีเอสวี ว่างลง ก็อาจได้เห็นเขาเป็นคนถัดไป

 

โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

Robin van Persie

แม้แฟนฟุตบอลอังกฤษไม่ได้เห็นหน้าเขานานแล้ว แต่อันที่จริงเขาไม่ได้มีประสบการณ์ในงานโค้ชมากมาย เพิ่งแขวนสตั๊ดเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมาและกลายเป็นผู้ช่วยกุนซือ ดิ๊ค อั๊ตโวคาท ในทันที หน้าที่ตำแหน่งสำคัญของเขาคือการสอนทักษะให้กับดาวยิงรุ่นน้อง และผลงานที่เขาถ่ายทอดออกไปก็ทำให้ฤดูกาลนี้ เฟเยนูร์ด ยิงประตูได้มากเป็นอันดับ 3 ใน เอเรดิวิซี่

เขาคือนักเตะที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายและมีวินัยสูงมาก 273 ประตูจาก 593 เกมก็เป็นตัวเลขในความพยายามและการทำงานหนักที่น่าชื่นชม ด้วยวัยเพียง 37 ปี “อาร์วีพี” ต้องเรียนรู้อีกมาก และหากเขาคิดเอาจริงเอาจังกับงานนี้ ก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นกุนซือชั้นยอดได้ไม่ยาก

 

เธียร์รี่ อองรี

Thierry Daniel Henry

ทั้งที่เป็นศิษย์รักของ อาร์แซน เวนเกอร์ แต่เขากลับไม่เคยได้เรียนรู้งานจากเจ้านายเก่าซึ่งถือว่าน่าเสียดายมาก และด้วยประสบการณ์โชกโชนทั้งที่อังกฤษ อิตาลี รวมถึงแชมป์โลกกับฝรั่งเศส การผันตัวมาเป็นกุนซือของเขาก็ควรสดใสกว่าที่เป็น เขาทำงานในทีมชาติเบลเยี่ยม และเมื่อโอกาสมาถึงก็ไม่ลังเลที่จะคว้าเอาไว้ แต่กลายเป็นว่าเริ่มต้นไม่ดีนักกับ โมนาโก โดนไล่ออก

หลังจากนั้นเขาได้รับข้อเสนอที่ดีจาก มอนทรีอัล อิมแพ็ค ใน เมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ ซึ่งในวันที่แถลงข่าวกับทีมใหม่เขาก็หันกลับไปโจมตีทีมเก่าอย่าง โมนาโก ด้วย โดยในตอนนี้ผลงานของทีมและ อองรี ก็ถือว่าไม่เลวนัก และได้รับการต่อสัญญาไปจนถึงปี 2022 แต่หากความฝันของเขาคือการกลับมาที่ อาร์เซน่อล บางทีเขาอาจต้องมองหาทีมใหม่เมื่อสัญญาปัจจุบันหมดลง

 

ยาป สตัม

Jaap Stam

หนึ่งในกองหลังระดับ เวิลด์ คลาส ที่รุ่งโรจน์มากกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเส้นทางการเป็นกุนซือของเขาก็สวนทางกับสมัยที่ยังค้าแข้ง เขามีแท็คติกเฉพาะตัวที่ดีพอสมควร เคยพา เรดดิ้ง เข้าถึงรอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก แต่ไม่สำเร็จ เขากลับไปหาประสบการณ์ที่บ้านเกิดกับ ซโวลเล่ และ เฟเยนูร์ด แต่เรื่องมันก็ยากกว่าที่คิด

เมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ จึงกลายเป็นดินแดนแห่งใหม่ที่เขาลงไปเล่น แม้โดนครหาพอสมควรว่าไปชุบตัว แถมยังล้มเหลวกว่าที่คิดเมื่อจบเป็นบ๊วยของสายตะวันออก โชคยังดีที่ลีกสหรัฐไม่มีตกชั้น ไม่อย่างนั้นงานของเขาคงยากกว่านี้

 

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

Robert

เจ้าของฉายา “เดอะ ก็อด” และตัวท็อปเจ้าของสถิติยิงประตูมากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก เป็นอันดับที่ 7 เขาเป็นที่รักของแฟนๆ ลิเวอร์พูล อยู่เสมอ แต่เรื่องกุนซือกับทีมเก่าก็ดูเหมือนว่ายังไม่เข้าใกล้จุดนั้นเท่าไร และเขาก็มาหาประสบการณ์ที่ไทยกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด รวมถึง บริสเบน รอร์ และปัจจุบันอยู่ที่ อีส เบงกอล ในอินเดีย

ด้วยรากฐานที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ วางไว้กับองค์ประกอบเล็กน้อยอีกมากมาย คาดว่า ฟาวเลอร์ คงต้องฝ่าอุปสรรคขวากหนาวพอสมควรกว่าจะถึงวันที่ ลิเวอร์พูล เห็นว่าเขาเหมาะสมพอกับตำแหน่งผู้จัดการทีม

 

ราอูล

Raúls

 

หนึ่งในนักเตะที่แฟนๆ เรอัล มาดริด รักและเทิดทูนมากที่สุดตลอดกาล เติบโตมากับทีมเยาวชนจนเป็นแข้ง “กาแล็คติกอส” และเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมเขาก็กลับมาในฐานะกุนซือทีมชุดอายุไม่เกิน 15 ปี ใช้เวลาอยู่เกือบปีจึงเลื่อนขึ้นมาทำทีมสำรองเมื่อเดือนมิถุนายน 2019 และอาจกำลังรอเก้าอี้ว่างในตำแหน่งที่สำคัญที่สุด

ว่ากันว่าเขากลับมาเป็นกุนซือให้ทีมเยาวชนเพราะได้แรงบันดาลใจจากความรักในทีมเก่าสมัยเป็นนักเตะของ ซีเนอดีน ซีดาน ซึ่ง “ซิซู” ก็ใช้เวลาประมาณ 2 ปีถึงได้ขึ้นทำทีมชุดใหญ่ และด้วยสถานการณ์ที่ไม่แน่ใจนักว่าจะถึงทางตันหรือไม่ อย่างไร ก็เป็นไปที่หาก ซีดาน หมดวาระสมัยสอง ราอูล อาจกลายเป็นคนนั้นที่ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ เรียกหา

 

เฮอร์นัน เครสโป

Hernán

ประสบการณ์ในฐานะนักเตะของเขาโชกโชนอย่างแท้จริง ริเวอร์เพลต, ปาร์ม่า, ลาซิโอ, อินเตอร์, เชลซี, เอซี มิลาน, ดีเฟนซ่า จูสติเซีย เขาเป็นกองหน้าขนานแท้และปัจจุบันก็กำลังดิ้นรนบนเส้นทางกุนซือกับทีมสุดท้ายสมัยเป็นนักเตะ ทีมขนาดเล็กที่ไม่เคยสัมผัสแชมป์ลีกอาร์เจนติน่ามาก่อน ผลงานของเขาถือว่าไม่แย่แต่แค่ยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกมาก

อย่างที่เห็นว่าอดีตนักเตะหลายรายกำลังเริ่มต้นเส้นทาง มีคนที่สำเร็จแล้วแม้ยังไม่โด่งดังก็มีแบบฉบับของตัวเอง และในบรรดาเส้นทางสู่กุนซือ ยังไม่มีใครเลยวัย 50 ปี ซึ่งงานกุนซือนั้นมีอายุยืนยาว ยิ่งมากประสบการณ์ยิ่งเก๋าเกม อนาคตอันไม่ไกลเกินไป พวกเขาอาจกลายเป็นกุนซือระดับโลกที่แฟนๆ ต้องปรบมือให้

ข่าวฟุตบอล น่าติดตาม