ผู้ให้บริการแทงบอลออนไลน์ อันดับ 1 ของไทยให้บริการมานานกว่า 15 ปี

leicester city

หัวข้อบทความ

หนึ่งในทีมงานแมวมอง ที่ได้รับการยอมรับว่า ค้นหาผู้เล่นโนเนม ขึ้นมาประดับวงการฟุตบอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพวกเขาเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จเชิงธุรกิจซื้อขายผู้เล่นเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมา เลสเตอร์ ปล่อยตัวขุนพลตัวหลักไปแล้วหลายคน เราลองมาดูกันว่า ตัวที่ซื้อมาทดแทนดาวเด่นในอดีต ถือว่าสอบผ่านหรือสอบตก

พาดูงานชิ้นปัจจุบัน ของแมวมอง เลสเตอร์ ซิตี้ ว่ามีอะไรบ้าง

 

1.ขายเบน ชิลเวลล์ 50 ล้านปอนด์ ซื้อ ทิโมธี กาสตานเญ่ 18 ล้านปอนด์Timothy Castagne

ฟูลแบ็คทีมชาติอังกฤษ กลายเป็นที่หมายปองของทีมยักษ์ให่หลายทีมก่อนที่เชลซี จะได้ตัว เบน ชิลเวลล์ ไปเสริมทัพในที่สุด และได้เงินเข้ากระเป๋า 50 ล้านปอนด์ ก่อนที่ทีมจิ้งจอกสยามไปจะคว้าตัว ทิธมธี กาสตานเญ่ ฟูลแบ็คที่เล่นริมเส้นได้ทั้งเกมรุกและรับ ดีกรีทีมชาติเบลเยี่ยม มาสู่ทีมในราคาแค่ 18 ล้านปอนด์

และได้เริ่มเปิดฉากฤดูกาลใหม่ในฐานะตัวจริงทันที และประสบการณ์จากการเล่นอตาลันต้า และมีโอกาสไปลุยฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้ว จะมีส่วนช่วยเติมเต็มการจากไปของชิลเวลล์ ได้มากน้อยเพียงใด นี่มันยังวัดอะไรกันไม่ได้ แต่เขาก็ประเดิมการยิงประตูแรกในพรีเมียร์ลีกให้กับทีมได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมยังทำได้อีก 4 แอสซิสต์ ในช่วง 7 นัดแรกของฤดูกาล ถือว่าไม่ธรรมดาเหมือนกัน

2.ขายเอ็นโกโล่ ก็องเต้ 32 ล้านปอนด์ ซื้อ วินเฟรด เอ็นดิดี้ 17 ล้านปอนด์

 Wilfred Ndidi

หลังจากประกาศศักดาด้วยการเป็นกำลังสำคัญพาเลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อย่างพลิกล็อคที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนัง ก็องเต้ ก็ถูกปล่อยตัวไปให้กับเชลซีทันทีในฤดูกาลต่อมา และไปสร้างประวัติศาสตร์ซิวแชมป์ฤดูกาลต่อมากับเชลซีทันที แต่ทางฝั่งเลสเตอร์ พวกเขาใช้ วินเฟรด เอ็นดิดี้ มิดฟิลด์จากไนจีเรีย

เข้าเสียบแทนตำแหน่งของก็องเต้ ด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์ และปัจจุบัน เขาคือส่วนสำคัญในเกมที่แบรนดอน ร็อดเจอร์ส สร้างขึ้น ซึ่งในข่วงที่เขาเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บ เกมของเลสเตอร์ ซิตี้ ยวบลงอย่างชัดเจน ถือได้ว่า เป็นการลงทุนซื้อเข้ามาทดแทนอย่างคุ้มค่า และเลสเตอร์ ซิตี้ ก็สร้างกำไรได้อีกเช่นเคย

3.ขายแดนนี่ ดริ้งค์วอเตอร์ 35 ล้านปอนด์ซื้อ อาเดรียน ซิลวา 22 ล้านปอนด์

Adrien Silva

เลสเตอร์ ซิตี้ ต้องขายมิดฟิลด์ชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง แดนนี่ ดริ้งค์วอเตอร์ ให้เชลซีไปอีกคน ก่อนจะไปคว้าตัว อาเดรียน ซิลวา จากสปอร์ติ้ง ลิสบอน และลางก็ไม่ดีตั้งแต่เริ่มต้นขึ้น เพราะเอกสารซื้อขายที่ถูกส่งอย่างเป็นทางการล่าช้าไป 14 วินาที ทำให้การย้ายทีมไม่สมบูรณ์ ต้องรอคอยโอกาสตัวเองต่อไป และเมื่อโอกาสมาถึง เขากลับทำผลงานได้ไม่คุ้มค่าแก่การรอคอย เขามีโอกาสได้เล่นแค่ 21 นัด และเล่นครบ 90 นาทีแค่ 10 นัดเท่านั้น ก่อนจะถูกปล่อยยืมตัวให้โมนาโกไปในเดือนมกราคม ปี 2019 ก่อนจะย้ายไปร่วมทัพซามพ์โดเรีย งานนี้ ผิดพลาดไม่เป็นไปตามเป้า

4.ขายริยาร์ด มาห์เรซ 60 ล้านปอนด์ซื้อเจมส์ แม๊ดดิสัน 20 ล้านปอนด์

James Maddison

ถือได้ว่าเป็นการคุ้มค่าทั้งการซื้อและการขาย เพราะเลสเตอร์ ซิตี้ ฟันค่าตัวของริยาด มาห์เรซ จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ถึง 60 ล้านปอนด์ ขณะที่ตัวแทนอย่าง เจมส์ แม๊ดดิสัน หากนับจากฝีเท้าและผลงานแล้ว การลงทุน 20 ล้านปอนด์กระชากตัวมาจากนอริช ซิตี้ ถือว่า คุ้มค่าแบบสุดๆ แม้ว่าอายุน้อยและถือเป็นดาวรุ่ง แต่ แม๊ดดิสัน สามารถพิสูจน์ตัวเองบนเวทีสูงสุดอย่างพรีเมียร์ลีกได้อย่างไม่อายใคร ฟอร์มพุ่งกระฉูดไปถึงการติดทีมชาติอังกฤษ และมีส่วนกับเกมรุกของเลสเตอร์ ซิตี้แทบทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการยิงประตู การสร้างสรรค์เกม การจ่ายบอล รวมถึง การรับผิดชอบในเรื่องลูกตั้งเตะและยิงฟรีคิก ถือว่า ดีลนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ คุ้มค่ามหาศาล แถมยังมีกำไรติดตัวอีก 40 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

5.ขายแฮร์รี่ แม็กไกวร์ 80 ล้านปอนด์ซื้อ คากลาร์ โซยุนคู 13 ล้านปอนด์

Caglar Söyüncü

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ก้าวออกจากถิ่นคิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม ในฐานะนักเตะกองหลังที่แพงที่สุดในโลก เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล้าทุ่มเงิน 80 ล้านปอนด์ คว้าตัวเขาไปร่วมงานด้วย ทำให้ แมวมองเลสเตอร์ ซิตี้ แสดงให้เห็นถึงตาเพชรในการคว้าตัว กองหลังกรีซรายนี้มาเสริมทัพ และไม่ทำให้เกิดช่องว่างในการจากไปของแม็กไกวร์เลย เพราะ โซยุนคู กลายเป็นกองหลังระดับแนวหน้าของลีกทันที จนทีมใหญ่หลายทีมเริ่มแสดงความสนใจขึ้นมาแล้ว น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บทำให้เขายังไม่มีส่วนร่วมในฤดูกาลใหม่ แต่งานนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ หาตัวตายตัวแทนได้ แถมนั่งนับเงินกำไรจากดีลคู่นี้ไป สบายๆ อีก 67 ล้านปอนด์

ข่าวฟุตบอลอื่นๆ