ผู้ให้บริการแทงบอลออนไลน์ อันดับ 1 ของไทยให้บริการมานานกว่า 15 ปี

spiceboys

หัวข้อบทความ

Spice Girls ไม่ใช่ปรากฏการณ์เดียวที่เกิดขึ้นในปี 1994 เพราะนี่คือปีที่ยังมีเรื่องราวสำคัญอื่นๆ ให้คนทั่วโลกได้จดจำมากกว่านั้นอีกเยอะ

– มันคือปีที่ Kurt Cobain แห่ง Nirvana ปลิดชีพตัวเอง

– Forrest Gump ส่งให้ Tom Hanks กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ค้างฟ้า

– PlayStation และ Sega Saturn ออกวางจำหน่าย

– Pulp Fiction ของ เควนติน ทารานติโน่ ออกฉายเดือน ก.ย.

– จุดเริ่มต้นสงคราม Brit Pop ระหว่าง Blur และ Oasis

– สตูดิโอ อัลบั้มแรกของวง Korn

– ค่าย เบเกอรี่ มิวสิค เพิ่งก่อตั้ง

ไม่ว่าผู้คนจะเลือกจดจำปี 1994 กันแบบไหน แต่ที่แน่ๆ เลยก็คือมันจะเป็นปีที่แฟนๆ ลิเวอร์พูล จดจำทีมของพวกเขาได้ “แม่นยำ” ที่สุดครั้งหนึ่ง

“สไปซ์ บอยส์” สมยานามและสัญลักษณ์แห่งความหวัง ที่กลับกลายเป็นภาพความทรงจำแห่งความล้มเหลว

อย่างน้อย…..ในแง่มาตรวัดของความสำเร็จ มันก็ดูเป็นแบบนั้น!

ประวัติศาสตร์บางครั้งก็โหดร้าย……และ ลิเวอร์พูล ของ รอย อีแวนส์ ก็คือ 1 ในเหยื่อที่ต้องรับมันไปเต็มๆ

นักบอลที่ทำตัวเป็น Rock Star , ไม่เป็นมืออาชีพ กลุ่มเด็กเสเพลที่เอาพรสวรรค์ของตัวเองกดทิ้งลงชักโครก! แลกกับไลฟ์สไตล์หรูหรา , เสื้อผ้าหน้าผม , รถสปอร์ต , สาวๆ และภารกิจตะลุยปาร์ตี้ระดับ Hi-End ที่หนักหน่วงและจริงจังยิ่งกว่าแมตช์ไหนๆ ในช่วงสุดสัปดาห์

Laughing Stock

คนทั้งโลกต่างจดจำ สไปซ์ บอยส์ กันแบบนั้น! แต่เรื่องราวทั้งหมดมันแย่อย่างที่พวกเขาพูดกันจริงๆ น่ะเหรอ ?

ในขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อร่างสร้างความยิ่งใหญ่จากขุนพลชุด คลาส ออฟ 92 กลายเป็นมรดกล้ำค่าแห่งวงการฟุตบอล – แต่ ลิเวอร์พูล กลับมีสถานะเป็นเพียงแค่ Laughing Stock พวกเขาคือ “ตัวตลก” ที่ทำผิดพลาดทุกอย่างเท่าที่คุณจะสามารถนึกถึงได้ในฟุตบอลยุค Modern

ทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ อาร์เซน่อล ในยุคนั้นมีอะไรที่ ลิเวอร์พูล ไม่มี ???

ปี 1994 ถึงราวๆ 1997 มันควรเป็นโอกาสทองที่ “เร้ด แมชชีน” จะกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ – อีแวนส์ คือผู้ถูกเลือกให้เข้ามาสานงานต่อจาก แกรม ซูเนสส์ สุดยอดตำนานนักเตะของสโมสร ที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในบทบาทของโค้ช

โค้ชร่างเล็กใจดี ผู้เป็นอดีตสมาชิก Boot room อันลือลั่นคนสุดท้าย เปิดตัวได้อย่างฮือฮา! เขาปฏิวัติทัพ “หงส์แดง” จากทีมที่เคยจบอันดับ 8 ฤดูกาลที่แล้ว ให้กลายเป็นทีมที่พุ่งขึ้นมาจบอันดับ 4 พ่วงด้วยตำแหน่งแชมป์ โคคา โคล่า ลีก คัพ

Boot room

สตีฟ แม็คมานามาน , เจมี่ เร้ดแน็ปป์ , ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ถูกดันขึ้นมาจาก อเคเดมี่ พร้อมๆ กัน พ่วงด้วยแข้งใหม่ที่ถูกซื้อเข้ามาอย่าง จอห์น สเกลส์ , ฟิล บ๊าปป์ , มาร์ค เคนเนดี้ , เจสัน แม็คเคเทียร์ , สแตน คอลลีมอร์ ที่แท็คทีมกับกลุ่มแข้งที่อยู่มาก่อนอย่าง จอห์น บาร์นส์ , เอียน รัช , เรเซอร์ รัดด็อก , เดวิด เจมส์ และ มาร์ค ไรท์ –

สไปซ์ บอยส์ คือสมยานามที่ Dailymail ตั้งให้พวกเขา และถือเป็นจุดกำเนิดของ Boyband กลุ่มแรกแห่งโลกฟุตบอลอย่างเป็นทางการ – คุณจะว่าอย่างนั้นก็ได้!

มันไม่ใช่ว่าโลกฟุตบอลในช่วงก่อนหน้านี้ จะไม่คุ้นเคยกับเรื่องราวของ “พ่อค้าแข้งเจ้าเสน่ห์”

พวกเขาเหล่านั้นโผล่มาในรูปแบบของ “ศิลปินเดี่ยว” ไล่ตั้งแต่ จอร์จ เบส , เอ็นโซ่ ฟรานเชสโคลี่ , แฟร้งค์ เวิร์ธทิงตัน หรือ การ์รินช่า

ลิเวอร์พูล ยุค สไปซ์ บอยส์ คือกลุ่มแรกที่ Debut ตัวเองกันแบบยกแก๊ง

ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ มันเกิดขึ้นในช่วงที่อาชีพ “นักฟุตบอล” กำลังเปลี่ยนสถานะจาก “ฮีโร่ชนชั้นแรงงาน” (Working-class hero) ให้กลายเป็นพ่อค้าแข้ง Celeb ที่ร่ำรวยล้นฟ้า

Debut

แต่ถึงแม้จะสำอางห่วงหล่อ , เสพย์ติดปาร์ตี้ และช่ำชองกับการเป็นเสือผู้หญิง แต่ถึงกระนั้น ลิเวอร์พูล ของ รอย อีแวนส์ ก็แสดงให้เห็นว่าจริงๆ แล้วพวกเขายัง “เล่นฟุตบอลได้” เช่นกัน

แถมยังเล่นได้ดีพอตัวเสียด้วย! โดยเฉพาะ “เสน่ห์การเล่นเกมรุก”

อีแวนส์ พา ลิเวอร์พูล คืนสู่รากเหง้า Pass and Move ของตัวเองอีกครั้ง เกมรุกของพวกเขาน่าตื่นตาตื่นใจอย่างถึงที่สุด จากลีลาไม้เลื้อยของ แม็คก้า , อีซ้ายของ ฟาวเลอร์ , พลังสังหารของ สแตน เดอะ แมน , การคุมจังหวะแดนกลางของกัปตัน เร้ดแน็ปป์ ซึ่งทำให้พวกเขาถูกยกขึ้นเป็นเต็งแชมป์ทุกปี

แต่ถ้าทีมฟุตบอลสักทีมจะสามารถเป็นแชมป์ลีกได้ด้วยประสิทธิภาพการเล่นเกมรุกเพียงอย่างเดียว – ถ้าอย่างนั้นทีมของ ปาโก้ เฆเมซ , เบรนแดน ร็อดเจอร์ส หรือฟุตบอลแบบ โมเดิร์น แจ๊ซ ของ ลูเซียง ฟาฟร์ ก็คงเหมากวาดแชมป์ได้อื้อซ่ากันไปเพียบแล้ว…..

ภายใต้ระบบ 3-5-2 ลิเวอร์พูล ของ อีแวนส์ มีความ “เฮงซวย” ที่ทำกันได้สม่ำเสมออย่างเหลือเชื่อก็คือ ทักษะการเล่นเกมรับอันย่ำแย่ และสไตล์การเล่นที่ “นุ่มนิ่ม” ละมุนเกินเหตุ ที่ทำให้พวกเขาเพลี่ยงพล้ำให้กับทีมรองบ่อนอย่าง โคเวนทรี , วิมเบิลดัน หรือ เซาธ์แฮมป์ตัน จนเป็นนิสัย

จนแล้วจนรอด หงส์แดง ยุค สไปซ์ บอยส์ ก็ไม่เคยก้าวไปถึงฝั่งฝัน และต้องพุ่งชนกับความอับอายที่ทำให้โดนล้อเลียนข้ามทศวรรษหลังเกมนัดชิง เอฟเอ คัพ 1996

ภายใต้รูปเกมอันแสนน่าเบื่อที่แทบไม่มีอะไรให้จดจำ นอกเหนือจากวินาทีอัจฉริยะของ คันโตน่า ที่สืบเท้าถอยหลังยิงประตูชัยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-0! ทุกอย่างที่เหลืออีกราวๆ 89 นาที มัน “จืด” เสียจนเหมือนเห็นคนชอบอาหารรสจัดๆ ที่ต้องพยายามฝืนกิน Fish And Chips ให้รู้สึกอร่อย

Fish And Chips

เหตุการณ์ทอร์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ที่จัดจ้านยิ่งกว่ารายละเอียดของเกมในวันนั้นก็คือ – สูท Armani สีครีมของทัพ “หงส์แดง” ก่อนเกมการแข่งขัน

นี่ไม่ใช่ Backstreet Boys หรือ 98 Degrees แต่คือกลุ่มเหล่าพ่อค้าแข้ง ลิเวอร์พูล ที่ดันมี Photoset ในตำนานเป็นของตัวเอง

เส้นแบ่งของเกมนัดชิงที่สูสี และประตูของ คันโตน่า เพียงลูกเดียว – ทำให้ภาพลักษณ์ของ ลิเวอร์พูล ยุค สไปซ์ บอยส์ ถูกตอกย้ำให้เห็นถึงความล้มเหลวป่นปี้

ถ้า ลิเวอร์พูล ชนะในวันนั้น ประวัติจะถูกเขียนในอีกแบบหนึ่ง และสูทสีครีมของพวกเขาจะถูกแขวนไว้ที่ตู้โชว์ของนักเตะทุกบ้าน เช่นเดียวกับการบรรจุเข้าไปเป็น 1 ใน Hall of fame ของสโมสรให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาถ่ายรูปชื่นชม

เวลาหลายทศวรรษหมุนผ่านไป โลกฟุตบอลวันนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงินมหาศาล , การถ่ายโฆษณา หรืองานเสริมอย่างอาชีพนายแบบ ไม่ใช่เรื่องประหลาดของพ่อค้าแข้งอีกต่อไปแล้ว และมันมากกว่าที่ เจสัน แม็คเคเทียร์ เคยรับกับ Head And Shoulder หรือ เดวิด เจมส์ กับชุดชั้นใน Armani หลายต่อหลายเท่านัก

Head And Shoulder

ฟุตบอลยุค 90 เป็นช่วงเวลาแห่งการผลัดใบ มันเป็นช่วงที่ค่าตัวและค่าเหนื่อยของผู้เล่นพุ่งสูงขึ้นกว่ายุคเก่าแบบก้าวกระโดด แต่นั่นก็ต้องแลกมาด้วยความเสียสละที่มากกว่า ไม่ว่าจะในแง่ของวิทยาศาสตร์การกีฬาและแนวทางการดำเนินชีวิตนอกสนาม

สไปซ์ บอยส์ คือตัวอย่างชั้นดีของกลุ่มผู้เล่นที่ตกเป็นเหยื่อของวิวัฒนาการแห่งยุคสมัย! พวกเขาสะดุดตามโลกไม่ทัน ไม่ต่างกับยุคสมัยของสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ไม่ได้รู้ประสีประสาว่า ความยิ่งใหญ่แห่งยุค ดิจิตอล คอนเทนท์ กำลังจะกลืนกินพวกเขาให้ตายทั้งเป็น

ใช่! ผลงานของ ลิเวอร์พูล ยุค สไปซ์ บอยส์ นั้นช่างน่าผิดหวัง แต่มันล้มเหลวไปซะทุกๆ อย่างเลยจริงๆ น่ะเหรอ ?

หลักฐานเรื่องความสำเร็จคือเรื่องจริง…..แต่คุณจะพบกับความจริงที่ “ย้อนแย้ง” อีกเรื่องเช่นกันคือ มีแฟนบอลมากมายที่เริ่มเชียร์ ลิเวอร์พูล เพราะเหตุการณ์ในยุค สไปซ์ บอยส์

ไม่มีแชมป์ และไม่ได้เรื่องในหลายๆ ครั้ง แต่กลับเร้าใจอย่างถึงที่สุดในบางครั้งบางครา – โมเม้นต์มหัศจรรย์ของการเชือด นิวคาสเซิ่ล 4-3 ด้วยรูปเกมที่บู๊กันสะบั้นหั่นแหลก คือ 1 ในหน้าประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่ถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อมีใครสักคนเอ่ยถึงนิยาม “ความมันสุดขีด” ของเกมฟุตบอลขึ้นมา

ในวันที่ใช่! คุณภาพเกมรุกของ ลิเวอร์พูล ชุด สไปซ์ บอยส์ ไม่เคยเป็นสองรองใคร

ทีมชุดนั้นล้มเหลวจริงในแง่ของกล่อง! และทุกอย่างมันน่าจะดีกว่านี้ ถ้าพวกเขาให้ความสำคัญกับการเล่นฟุตบอลมากกว่าที่เป็นอยู่

แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดซะทีเดียว……

– แม็คเคเทียร์ ยืนยันเสียงแข็งว่า ลิเวอร์พูล ไม่ได้ตะลุยราตรีมากหรือน้อยไปกว่าคนอื่นๆ เพราะเขาเองก็บังเอิญเจอ ไรอัน กิ๊กส์ , เดวิด เบ็คแฮม หรือ นิคกี้ บัตต์ ตามร้านต่างๆ เกือบทุกสัปดาห์เช่นกัน

– ฟาวเลอร์ มักส่ายหน้าเสมอเมื่อถูกตั้งคำถามเรื่อง สไปซ์ บอยส์! เพราะเขาคือคนที่รู้ดีที่สุด ว่าวิญญาณเพชฌฆาตในร่างที่โหดที่สุดของตัวเอง เกิดขึ้นในช่วงปี 1994-1997 ที่เขาจัดการสังหารทะลุ 30 ประตู ในทุกๆ ฤดูกาล

สไปซ์ บอยส์ ไม่สามารถเทียบชั้นได้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด คลาสส์ ออฟ 92 เพราะไลฟ์สไตล์ส่วนตัวมันก็เรื่องหนึ่ง! แต่ความจริงอีกเรื่องที่เราไม่ควรละเลยเช่นกันก็คือความสามารถที่แตกต่างกันของ รอย อีแวนส์ และ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

เหตุผลหลักที่ ลิเวอร์พูล ไปไม่ถึงแชมป์ เพราะแผงกองหลังของพวกเขามันห่วย……บางทีเรื่องทั้งหมดมันอาจจะแค่นั้น

ถ้าเลือกได้อย่างเดียวระหว่าง สั่งให้ สไปซ์ บอยส์ หยุดเที่ยว แต่ยังใช้กองหลังชุดเดิม กับอีกอย่างคืออนุญาตให้เที่ยวได้เหมือนเดิม แต่ต้องซื้อกองหลังดีๆ เข้ามา ???

วิธีในแบบหลัง น่าจะเป็นอะไรที่ช่วย ลิเวอร์พูล ได้มากกว่า

รอย อีแวนส์ ไม่ได้มีความเป็นอัจฉริยภาพเหมือน “เฟอร์กี้” แต่ถึงกระนั้น อีแวนส์ ย่อมไม่ใช่ภาพบทสรุปของโค้ชที่ “ห่วยแตก”

ความผิดอย่างเดียวของ อีแวนส์ ก็คือกระดูกของเขามันก็แค่คนละเบอร์กับ “จอมคนเลือดสกอต” แต่ก็อย่างว่านั่นแหล่ะ….มันจะมีสักกี่คนในโลกนี้ที่เบอร์ใหญ่ได้กว่า เฟอร์กี้ ?

เหล่าขุนพล “หงส์แดง” ชุด สไปซ์ บอยส? เองก็เช่นกัน ในทางเทคนิคแล้ว พวกเขาคงไม่ใช่ Boyband เบอร์ใหญ่ของวงการที่ทุกคนจะยกย่องนับถือ

แต่อย่างน้อยกาลครั้งหนึ่ง พวกเขาก็เคยมี “ซิงเกิ้ลฮิต” ที่เคยเป็น One Hit Wonders

ซึ่งจะคู่ควรกับการอยู่ในความทรงจำดีๆ ของแฟนบอลอย่างไม่ต้องสงสัย